กำลังอยากได้ทีวี? ซื้อแบบไหน? ยี่ห้อไหน? ขนาดเท่าไหร่? ให้ LETMECHECK ช่วยหาคำตอบ

ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีนั้น พัฒนาไปไกลมากจนเราก็ตามไม่ทัน รวมถึง โทรทัศน์ หรือ ทีวี ที่ใครหลายๆคนก็ยังคงไม่ทราบว่าตอนนี้พัฒนาไปไกลมากๆ มากกว่าเป็นทีวีจอนูนซะแล้ว ในช่วงเวลาห่างมาเพียงไม่กี่ปี จากทีวีจอขาวดำ กลายมาเป็นทีวีสี ทีวีจอนูน ซึ่งตอนนี้คงจะไม่นิยมเหมือนกัน ทีวีจอแบน แล้วล่ะครับ ความก้าวหน้าทำให้แทรกเทคโนโลยี พร้อมกับระบบการใช้งานต่างๆเพิ่มเข้ามาให้ทีวีมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเสียง ระบบภาพ ที่คมชัดเสมือนจริง ยิ่งไปกว่านั้น ก็มีระบบของ Smart TV เข้ามาซึ่งทำได้มากกว่าทีวีทั่วไป วันนี้พวกเรา Letmecheck.in.th จะแนะนำความรู้สำหรับเพื่อนๆที่ กำลังจะซื้อทีวี แต่ว่าต้องดูอะไรบ้าง? ซื้อยี่ห้อไหนดี? พร้อมยกตัวอย่างแบรนด์คุณภาพชั้นนำ พร้อมทั้งราคาที่สุดคุ้มเหมาะสมแน่นอน ไปดูกันเลยครับ

บทความแนะนำทีวีที่น่าสนใจจาก Letmecheck:

TV SONY 32 นิ้ว 5 รุ่น เสปคดี ยอดนิยม ที่คนรักทีวีต้องไม่พลาด กับ Letmecheck
ทีวี 40 นิ้ว 5 รุ่น ภาพสวย เสียงดี ที่คนรักทีวี ต้องมีติดบ้าน จาก Letmecheck
5 แบบ ทีวีจอแบน 50-55 นิ้ว สวยๆ เสปคดี ราคาถูก เอาใจคนชอบทีวี จาก Letmecheck
กำลังอยากได้ทีวี? ซื้อแบบไหน? ยี่ห้อไหน? ขนาดเท่าไหร่? ให้ LETMECHECK ช่วยหาคำตอบ
แนะนำทีวี Smart TV Sumsung 32 นิ้ว คุณภาพดี ราคาถูก จาก Lazada
เลือกซื้อ ทีวี 4k ยี่ห้อไหนดี? ขอแนะนำ 4k Ultra HD TV งานดีจากแบรนด์ SONY คุณภาพดี ราคาถูก ช้อปที่ Lazada เท่านั้น
Letmecheck เช็คราคาก่อนช้อป กับ ทีวี led 32 นิ้ว ที่ขายดีที่สุด 5 อันดับ จาก LAZADA ห้ามพลาด !!
เลือกซื้อทีวี LED ยี่ห้อไหนดี? แนะนำ 5 อันดับขายดี ทีวี SHARP ที่ Lazada ห้ามพลาด!!
Letmecheck เช็คก่อนช้อป กับ ราคา ทีวี Sumsung รุ่นไหนดี? รุ่นไหนถูก? ที่ Lazada ไปดูกัน!!
Review ทีวีแบรนด์ LG กับ 5 อันดับขายดี ราคาเบาๆ คุณภาพเยี่ยม จาก LAZADA ห้ามพลาด!!
ทีวี 4K Ultra HD 5 รุ่น สุดคุ้มในราคาที่คุณจับต้องได้จาก LETMECHECK

ประเภทของจอทีวี?

ก่อนที่จะซื้อทีวี เพื่อนๆก็ควรจะรู้จักชนิดของทีวี หรือ ประเภทของจอทีวี พร้อมกับฟังก์ชั่นเบื้องต้น ที่เหมาะสมกับการใช้งาน ว่าเราควรจะซื้อแบบไหนดี ซึ่งประเภทของจอทีวีเพื่อนๆก็คงจะเคยได้ยินในโฆษณาทีวี หรือ ตามห้างกันเป็นอย่างดี เช่น LCD LED นั่นเอง ดังนั้นประเภทของจอทีวีจะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

TV LCD

เป็น เทคโนโลยีสำหรับจอทีวีรุ่นแรกๆ ที่เป็นจอแบนครับ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปตอนที่ช่วง ทีวีจอแบน LCD กำลังฮิตนั้น มีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่ตอนนี้กลับไม่เป็นที่นี่ยม เพราะมีเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมานั่นก็คือ จอ LED ที่ตอบโจทย์กว่านั่นเอง ซึ่งเทคโนโลยีมอนิเตอร์ LCD ย่อมาจาก Liquid Crystal Display ซึ่งเป็นจอแสดงผลแบบ Digital นั่นเอง ซึ่งจุดเด่นของ ทีวี LCD  นั้นมีดังนี้ครับ

ขนาดเล็กกะทัดรัดและนํ้าหนักเบา
ด้วยการทำงานที่ไม่ต้องอาศัยปืนยิงอิเล็กตรอน จึงช่วยให้ด้านลึกของจอภาพมีขนาดสั้นกว่ามอนิเตอร์แบบ CDT ถึง 3 เท่าและด้วยรูปร่างที่แบนราบทางด้านหน้าและด้านหลัง ในบางรุ่นจึงมีอุปกรณ์เสริมพิเศษสำหรับติดฝาผนังช่วยให้ประหยัดพื้นที่มากยิ่งขึ้น

พื้นที่การแสดงผลเต็มพื้นที่
จากเทคโนโลยีพื้นฐานในการออกแบบ ทำให้จอมอนิเตอร์แบบ LCD สามารถแสดงผลได้เต็มพื้นที่เมื่อเปรียบเทียบกับแบบ CDT ขนาด 17 นิ้วเท่ากัน พื้นที่แสดงผลที่กว้างที่สุดจะอยู่ที่ 15 นิ้วกว่าๆ เท่านั้น

ให้ภาพที่คมชัด มีรายละเอียดสูง และมีสัดส่วนที่ถูกต้อง
เนื่องจากมอนิเตอร์มีความแบนราบจริง

ช่วยถนอมสายตาและมีอัตราการแผ่รังสีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตํ่ามาก

ประหยัดพลังงานไฟฟ้า
ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ตํ่ากว่าจอ CDT ถึง 60 เปอร์เซ็นต์

ความสามารถในการรองรับอินพุต (Input) ได้หลายๆแบบพร้อมกัน
เนื่องด้วยมอนิเตอร์แบบ LCD สามารถรับสัญญาณจากแหล่งสัญญาณดิจิตอลอื่นๆได้ เช่น โทรทัศน์หรือเครื่องเล่นดีวีดีและบางรุ่นสามารถทำภาพซ้อนจากหลายแหล่งข้อมูลได้ จึงทำให้จอมอนิเตอร์แบบ LCD เป็นได้ทั้งเครื่องรับโทรทัศน์และจอมอนิเตอร์ในเวลาเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อมอนิเตอร์หลายๆตัวมาใช้งาน

แต่ถ้าหากเพื่อนอยากจะลองเช็คราคาของทีวี แอลซีดี สามารถคลิ้กที่นี่ได้เลย!!

TV LED

หน้าจอ LED (Light Emitting Diode)ใช้ระบบการฉายภาพด้วยหลอดไฟขนาดเล็กโดยต้นกำเนิดของการใช้การฉายภาพแบบนี้ก็คือ หลอด LED จะทำหน้าที่เป็นตัวกำเนิดแสง และมีผลึกคริสตัลที่เป็นของแข็งกึ่งเหลว 3 สีคือสีแดง น้ำเงินและเขียว คอยบิดตัวกันเป็นองศาและเพื่อให้แสงไฟจากหลอด LED ส่องผ่านมาเพื่อทำให้ฉายออกไปเป็นภาพสีสันที่สวยงามบนหน้าจอได้นั่นเอง ซึ่ง จอ LED นี้เป็น เทคโนโลยีหน้าจอ ที่พัฒนามาจาก LCD ซึ่งเพื่อนๆน่าจะได้ผ่านตามาบ้าง สำหรับจอประเภทนี้ เพราะเป็นประเภทที่ มีความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะว่าตอบโจทย์เรื่องความคมชัดมากว่า LCD และประหยัดไฟมากกว่าอีกด้วยครับ ถ้าหากเพื่อนๆสนใจเช็คราคาทีวี แอลอีดี คลิ้กที่นี่

TV EDGE LED

egdeled

จะเป็นเทคโนโลยีที่เสริมความเป็น LED ให้มากขึ้น เพราะมีการวางหลอด LED ไว้ที่ของทั้ง 4 ด้านของหน้าจอ รูปร่างของตัวทีวีก็จะบางลง และ ประหยัดไฟมากกว่าเดิม แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของการแสดงสีสันของทีวีนั่นเอง จอจะมีความบางที่มากกว่า ทีวีจอบางทั่วๆ ไป และประหยัดไฟแน่นอน แต่การแสดงสีดำจะดำไม่สนิทเท่าไหร่จึงไม่ค่อยมีความนิยมในเรื่องของการรับชมมากนัก

 TV Full LED

fullhdtv

หน้าจอทีวีประเภทนี้ มีความนิยมมากครับ เพราะมีการจัดวางหลอด LED ไว้เต็มแผงหน้าจอ ส่งผลให้ภาพที่รับชม มีความคมชัดสมจริง มากกว่าจอแบบ EDGE LED ครับ ซึ่งในปัจจุบันก็มีฟังก์ชั่น พร้อมทั้งระบบเสริมมากมายอีกด้วย ถ้าหากเพื่อนๆสนใจ วันนี้พวกเรามีสินค้าแบบจอ Full LED มาให้เพื่อนๆกันด้วย คลิ้กที่นี่

TV RGB LED

tvledrgb

เทคโนโนยีจอแบบนี้ ทำให้การรับชมที่ดูมีมิติมากขึ้น เพราะทางบริษัทผู้ผลิตได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ กับการ จัดวางหลอดLED 3 สี คือ RGB (แดง, เขียว และน้ำเงิน) ไว้เต็มแผงหน้าจอ ผสานกับเทคโนโลยี Local dimming ทำให้การแสงดผลเด่นชัดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ทว่า ราคาของสินค้านั้นค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ปัจจุบัน LED ชนิดนี้จัดเป็นตัวท็อปของ LED เลยทีเดียว เพราะใช้หลอด LED แม่สีทั้ง 3 คือ RGB มาเรียงๆ กันเป็นกลุ่ม ทำให้การแสดงผลภาพและสีชัดเจนมีมิติมากกว่าทุกแบบที่กล่าวมาและแน่นอนว่าแพงกว่าทุกแบบด้วยเช่นกันเนื่องจากต้นทุนที่สูงกว่าแบบอื่นๆ

Plasma TV

Plasmatv

เพื่อนๆคงเคยคุ้นหูคุ้นตากับ คำว่า พลาสมา ทีวี กันอยู่แล้วนะครับ ซึ่งจุดเด่นของจอทีวีแบบ Plasma ก็คือ เม็ดพิกเซลที่สามารถให้กำเนิดแสงได้เองด้วยแรงดันไฟฟ้า ทำให้สีสันที่ได้รับชมเป็นธรรมชาติ ในสวนของสีดำก็จะเป็นสีดำสนิท รวมทั้งแสดงภาพเคลื่อนไหวได้ดีเช่นกัน ซึ่งข้อดีของจอทีวีพลาสมาคือ

  • สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวเร็วๆได้ดีกว่า เนื่องจากมี Response Time .001 ms จึงเหมาะกับการใช้รับชมภาพยนตร์ Action และการรับชมกีฬาเป็นอย่างมาก
  •  อายุการใช้งาน ยาวนานกว่าที่ 100,000 ชั่วโมง (Half Brightness)
  • สามารถแสดงระดับพื้นสีดำได้ดีกว่า
  •  มีคอนทราสต์ที่สูงกว่าทำให้เห็นมิติของภาพได้ดีกว่า
  • มุมมองจอภาพที่กว้างกว่า แอลซีดี
  • ให้สีที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติ มากกว่า สีออกโทนอุ่น

แต่หน้าจอพลาสม่านี้กินไฟค่อนข้างมาก และกระจกยังมักสะท้อนแสงด้วย ทำให้คุณภาพของภาพที่ปรากฏลดน้อยลงไป วันนี้พวกเรามีสินค้า จอ Pasma TV มาให้ชมกันด้วย คลิ้กเลย

OLED TV (Organic Light Emitting Diodes)

oledtv

 

ซึ่งจุดเด่นของจอทีวีประเภทนี้ก็คือ เม็ดพิกเซลนั้น สามารถให้กำเนิดแสงได้เอง ทั้งหน้าจอยังความบางและยืดหยุ่น จึงทำให้สามารถพัฒนาหน้าจอให้มีความโค้งได้ นอกจากนั้นยังกินไฟน้อย ที่สำคัญแสดงสีสันของภาพได้สม่ำเสมอ จอ OLED จะไม่มีปัญหาเรื่องมุมมองของภาพเหมือนเทคโนโลยี LED โดยผู้ใช้สามารถมองเห็นภาพได้ถึง 180 องศา นอกจากนี้ OLED TV ไม่จำเป็นต้องใช้หลอด backlight เหมือนกับ LED TV จึงหมดปัญหาเรื่อง backlight leakage หรืออาการ backlight รั่วไปได้เลย ซึ่งข้อดีของทีวีจอOLED มีดังนี

  • มีความเบาและบางรวมถึงมีความยืดหยุ่นสูง
  • สามารถเปล่งแสงได้ด้วยตัวเองอย่างที่กล่าวมาข้างต้น
  • สามารถทำเป็นจอโปร่งใสที่สามารถมองทะลุได้ทั้ง 2 ด้าน
  • สีสันสดกว่ามีระดับความ Contrast ที่ดีกว่า
  • มีมุมมองที่กว้างถึง 180 องศา
  • จอ OLED สามารถปรับให้โค้งงอเพราะมีความยืดหยุ่นสูงกว่าจอแบบ LED
  • ให้ความสว่างได้มากกว่าจอปกติรวมถึง ในส่วน สีดำ ก็จะดำสนิทเนื่องจากไม่มีแสง backlight ช่วยเรื่องการประหยัดไฟ

ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ความละเอียดของจอทีวี?

ปัจจัยในการเลือกซื้อทีวี ก็ต้องดูจาก ความละเอียดของการแสดงผลจากทีวีด้วยครับ หรือเรียกว่า ความละเอียดของจอทีวีนั่นเอง อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วครับ ว่าโทรทัศน์รุ่นใหม่ๆ มีความคมชัดเป็นจุดเด่นสำคัญ ซึ่งความคมชัดก็มีหลายระดับจนบางครั้งก็สร้างความแปลกใจ ให้แก่ผู้ใช้ได้ไม่น้อย ทำให้ข้อมูลด้านความคมชัดจึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องใส่ใจ โดยระดับของความคมชัด มีดังต่อไปนี้ครับ

HD TV

HDTV หมายถึงเป็นที่วี ที่มีความละเอียดสูง มีความคมชัดมากกว่าปกติ ซึ่งมีความละเอียดอยู่ที่ 1,024 x 768 พิกเซล  ซึ่งความละเอียดแบบ HD ตอนนี้มีขายอยู่ในปัจจุบันมากมายครับ ซึ่งเหมาะสำหรับเลือกดูหนังประเภท Blue-ray ซึ่งมีความละเอียดสูงครับ ถ้าหากสนใจอยากดูราคา และ สินค้าตัวอย่าง คลิ้กดูต่อได้เลย

Full HD TV

fullhdtvd

Full HD TV นั้นเป็นทีวีที่มีความละเอียดสูงมาก มีความละเอียดอยู่ที่ 1,920 x 1,080 พิกเซล เป็นความละเอียดที่มีความคมชัดมากๆ ซึ่งตอนนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันครับ พร้อมทั้งสามารถรับชมภาพได้อย่างคมชัดมากยิ่งขึ้น ซึ่งข้อดีก็คือ เหมาะสำหรับคนชอบดูหนังที่ต้องการความละเอียดภาพสูง ก็สามารถรับชมได้แบบสบายๆ  ถ้าหากสนใจอยากดูราคา และ สินค้าตัวอย่าง คลิ้กดูต่อได้เลย

Ultra HD TV หรือ TV 4K

4k hd

สำหรับความละเอียดหน้าจอสำหรับทีวี 4K แบบ Widescreen หมายถึงมีความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล ผลรวมออกมาก็ได้ประมาณ 8.29 ล้านพิกเซล  นั้นแปลว่าเจ้า Ultra HD นั้นมันมีความละเอียดกว่า Full HD ถึงสี่เท่า จึงสามารถรับชมภาพได้อย่างคมชัดเสมือนจริง แต่ทีวีแบบนี้ราคาค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่ทุนหนากันหน่อย ส่วนในอนาคตก็จะมี ทีวี 8k เข้ามาอีก ซึ่งคมชัดเหมือนจริงแน่นอน  ซึ่งถ้าหากสนใจอยากดูราคา และ สินค้าตัวอย่าง คลิ้กดูต่อได้เลย

แล้วทีวีมีไซส์ไหนบ้าง?

สำหรับสิ่งที่ต้องรู้ก่อนที่จะซื้อทีวีกันอยู่แล้วนั่นก็คือ ขนาดของจอภาพ รวมถึง ประเภทของจอ ว่าจะ เป็น จอแบน หรือ จอโค้ง เรามาดูกันที่ขนาดของทีวีกันก่อนเลยครับ ซึ่งขนาดของทีวีที่เลือกซื้อ แต่ตอนนี้ที่ได้รับความนิยมก็คงเป็น 38 นิ้วขึ้นไปครับ เพราะว่าเป็นขนาดที่เหมาะสมสำหรับรับชม ทั้งสเกลในการรับภาพ การแสดงผลต่างๆได้ชัดเจนแหละเหมาะกับปัจจุบันด้วยครับ เพื่อนๆไม่ต้องกังวลครับ เพราะตามหลักแล้ว ขนาดของหน้าจอโทรทัศน์ที่เหมาะสม คำนวณได้จากการนำระยะห่างระหว่างตำแหน่งที่นั่งดูไปจนถึงจอภาพ คูณด้วย 0.535 แล้วปัดเศษ จากนั้นเมื่อไปเลือกซื้อจอภาพที่มีขนาดใกล้เคียงที่สุด เช่น หากตำแหน่งที่นั่งดูห่างจากใบหน้า 80 นิ้ว หรือ 2 เมตร ขนาดของจอภาพที่เหมาะสมที่สุดคือ 42 นิ้ว (80 x 0.535 = 42.8) เป็นต้นครับ ต่อไปเราจะไปดูกันว่า ทีวีขนาดเท่าไหร่ เหมาะกับเท่าไหร่บ้าง ไปดูกันเลยครับ

ทีวี 21 นิ้ว

เราจะมาเริ่มกันที่ ทีวีขนาด 21 นิ้วกันก่อนเลยนะครับ ซึ่งในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นจอทีวี ที่มีขนาดเล็กไปแล้วครับ แต่ สำหรับหลายๆคนก็ยังนิยมทีวีจอเล็กกันอยู่ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า ตามห้าง หรือ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า มีไม่มากแล้วสำหรับสินค้า ทีวีจอ 21 นิ้ว เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นหมุนเร็วไปมาก ทำให้ความนิยมของทีวี ขนาดเล็กนั้นดูด้อยลงไป ซึ่งข้อดีของทีวี 21 นิ้วก็คือ เป็นทีวีขนาดเล็ก ขนย้ายสะดวก ประหยัดพื้นที่ในการใช้สอย ประหยัดไฟ และ ราคาถูก ครับ ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวี 24 นิ้ว

สำหรับ ทีวีขนาด 24 นิ้วนั้น ส่วนใหญ่ปัจจุบัน จะเป็น ทีวี LED ครับ ซึ่งขนาดของทีวี จะเรียกได้ว่า ใหญ่กว่า 21 นิ้ว นิดหน่อยครับ เนื่องด้วยมีขนาดที่สามารถย้ายหรือ ยกได้สะดวก ทำให้เพื่อนๆทำความสะอาดง่าย รวมถึงการใช้งานที่ตอบโจทย์คนงบน้อยแต่อยากมีทีวีได้เป็นอย่างดี แต่คุณภาพการรับชมจะยังไม่ดีเท่ากับทีวีที่มีระบบ HD สักเท่าไหร่ ส่วนเรื่องราคานั้นก็จะถูกตามความคมชัด หรือ ยีห้อนั่นเอง ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวี 27 นิ้ว

ทีวี 27 นิ้วซึ่งตอนนี้ยังได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานกันอยู่มากครับ เพราะว่าเป็นขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่เล็กๆ พร้อมทั้งรองรับระบบต่างๆมากมาย ซึ่งสำหรับหน้าจอ ทีวีที่ต่ำกว่าหรือเท่า 27 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ที่ 1.5 เมตร หรือน้อยกว่านั้น ทำให้สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของพื้นที่เป็นอย่างดี สำหรับเรื่องราคาก็มีทั้งต่ำและสูง อยู่ที่ความละเอียด และ ระบบต่างๆของทีวีครับ ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวี  32 นิ้ว

ในปัจจุบันทีวี ขนาด 32 นิ้ว เป็นขนาดที่เหมาะสม กับ พื้นที่กว้างพอสมควรครับ เพราะระยะการรับชม นั้นอยู่ที่ 4-6 เมตร เพื่อสุขภาพของสายตา สำหรับการรับชมทีวีครับ โดยในปัจจุบันทีวีจอ LED TV 32 นิ้วนั้นเป็นที่นิยม มีความละเอียดของหน้าจอให้เลือกหลายประเภทครับ ส่วนราคานั้นก็มีทั้งราคาถูก ถึงกับสูง ขึ้นอยู่ที่ ความคมชัด และ ยี่ห้อของทีวีครับ ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวี 40 นิ้ว

ทีวี 40 นิ้วนั้น มีขนาดของทีวีที่ใหญ่ขึ้น เหมาะสำหรับ การรับชมในพื้นที่กว้าง ยกได้ว่าเป็นมาตรฐานของทีวี  ที่มีความเหมาะสมสำหรับผู้ใช้งาน ซึ่งระยะห่างสำหรับการรับชมเพื่อสุขภาพของสายตา ควรอยู่ที่ 2 ถึง 2.5 เมตร ด้วยขนาดของหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงระบบภาพและเสียง ที่ตอนนี้แต่ละยี่ห้อ เพิ่มลูกเล่นให้กับ เช่น Smart TV หรือ Full HD TV รวมถึง การเชื่อมต่อต่างๆเข้ากับเทคโลโลยีปัจจุบัน ทำให้ ราคานั้นมีตั้งแต่ถูกไปจนถึงแพง ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวี 42 นิ้ว

สำหรับทีวีขนาด  42 นิ้วนั้น เป็นขนาดทีวีที่เหมาะสมกับ เพื่อนๆที่ต้องการทีวีที่ขนาดเหมาะสม เพราะเป็นทีวีที่มีขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับครอบครัว ซึ่งระยะห่างการรับชม เพื่อสุขภาพของสายตา  ระยะห่างควรอยู่ที่ 2 ถึง 2.5 เมตร ครับ ด้วยขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น รับชมได้ชัดเจนขึ้น ด้วยระบบ HD FULL HD หรือ 4k Ultra HD ทำให้การดูหนังแบบความละเอียดภาพสูง ได้อรรถรถในการรับชม ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวี 49 นิ้ว

ไซส์ 49 นิ้ว ของทีวีนั้น เป็นขนาดที่ค่อนข้างใหญ่มากครับ ซึ่งความใหญ่ของจอ ก็ตามมาด้วยระบบหน้าจอคมชั้นครับ ซึ่งมีทั้ง Full HD รวมถึง 4k ด้วย ซึ่งนอกจากความคมชัดแล้ว ก็ยังมีระบบเสียง ที่เสริมเข้ามา ทำให้อารมณ์ในการรับชมได้มีความสมจริงขึ้น เปรียบดั่งมีโรงภาพยนต์อยู่ที่บ้านครับ โดยระยะห่างการรับชม เพื่อสุขภาพของสายตานั้น ระยะห่างควรจะอยู่ที่ 2.5 ถึง 3 เมตร กันเลยครับ ด้วยขนาดทีวีที่ใหญ่ขึ้น จึงต้องปรับระยะห่างการรับชมขึ้นนั่นเอง ถ้าพูดถึงราคา ก็มีทั้งถูกและแพง ซึ่งขึ้นอยู่กับ ความละเอียดของภาพ และ ยี่ห้อแต่ละแบรนด์ครับ ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวี 50 นิ้ว

ทีวี 50 นิ้ว เป็นขนาดทีวีใหญ่ และ ได้รับความนิยมเป็นทีวีสำหรับครอบครัว รวมถึง การใช้งานในบริษัทต่างๆ ส่วนระบบการทำงานต่างๆนั้น ก็ขึ้นอยู๋กับแล้วแต่ยี่ห้อของทีวีครับ ซึ่งจอทีวี มีตั้งแต่ LED ถึง OLED TV ซึ่งมาพร้อมกับ Smart TV ที่ให้อรรถรส การรับชมมากกว่าความเป็นทีวีด้วยครับ ซึ่งระยะการรับชม เพื่อสุขภาพของสายตานั้น ควรจะอยู่ที่ 2.5 ถึง 3 เมตร ครับ ส่วนราคานั้น ขึ้นอยู่กับ ฟังก์ชั่นของแต่ละยี่ห้อครับ ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวี 55 นิ้ว

สำหรับทีวีขนาดใหญ่ อย่าง 55 นิ้วนั้น ระยะการรับชมเพื่อสุขภาพของสายตา ก็ควรอยู่ที่ 2.5 ถึง 3 เมตร กันเลยครับ ด้วยความกว้างของหน้าจอ ระยะการรับชมจึงต้องเหมาะสมครับ ส่วนเรื่อง ฟัก์ชั่นและการใช้งานนั้น จอทีวี มีตั้งแต่ LED ถึง OLED TV และมีระบบของ จอแบน และ จอโค้งเข้ามาเพิ่มความหรู เพื่อดีไซน์ที่เหมาะกับการรับชมที่มากขึ้น เรื่องราคานั้นก็ค่อนข้างสูงเช่นเดียวกัน ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวี 60 นิ้ว

ความใหญ่ของทีวี 60 นิ้วนั้น ทำให้ระยะการรับชมควรอยู่ที่ 2.25 ถึง 4 เมตรเลยครับ เพราะนอกจากทำให้ได้รับชมที่เหมาะสมแล้ว ทำให้รักษาสุขภาพของสายตาได้ดีอีกด้วย ด้วยความคมชมแบบ 4k ทำให้ราคาค่อนข้างสูง เพราะถ้าจอขนาดใหญ่ ภาพก็ต้องละเอียดและคมชัดมากๆด้วย ดังนั้นพื้นที่ในการวางทีวี รวมถึงขนาดห้องที่รับชมต้องกว้างสักหน่อยแล้วล่ะครับ ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวี 65 นิ้ว

ไซส์นี้จะเรียกได้ว่า เป็นโรงภาพยนต์อยู่บ้านขนาดย่อมได้เลย เพราะความใหญ่ของทีวี 65 นิ้วนั้น ทำให้ระยะการรับชมควรอยู่ที่ 2.25 ถึง 4 เมตรเลยครับ เพราะนอกจากทำให้ได้รับชมที่เหมาะสมแล้ว ทำให้รักษาสุขภาพของสายตาได้ดีอีกด้วย ด้วยความคมชมแบบ 4k รวมถึงระบบ Smart tv ของแต่ละยี่ห้อทำให้ราคาค่อนข้างแพง และ เพราะถ้าจอขนาดใหญ่ ภาพก็ต้องละเอียดและคมชัดมากๆด้วย ซึ่งมีทั้งจอแบน และ จอโค้ง ดังนั้นห้องของเพื่อนๆต้องใหญ่สักหน่อยแล้วล่ะ ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวี 70 นิ้ว

สำหรับทีวีขนาด 70 นิ้วนั้น จะมีราคาค่อนข้างสูงมากครับ เนื่องด้วยความคมชัดในระดับ 4k รวมถึง ระบบเสียง และ ฟังก์ชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับชมแบบ 3 มิติ ที่ได้เพิ่มเข้ามา ซึ่งระยะการรับชมที่เหมาะสม ควรอยู่ที่ 2.ุ6 ถึง 6 เมตร เลยครับ ส่วนเรื่องราคา สำหรับทีวี 3 มิตินั้นสูงมากครับ ถ้าเทียบกับทีวีปกติ หลักแสนบาทเป็นอย่างต่ำเลยครับ อีกทั้งยังมีดีไซน์จอโค้งอีกด้วย ซึ่งคลิ้กดูตัวอย่างกันต่อที่นี่ครับ

ทีวี 78 นิ้ว

สำหรับทีวี 78 นิ้วนั้น  ระยะการรับชมที่เหมาะสม ควรอยู่ที่ 2.ุ6 ถึง 6 เมตร เลยครับ มีระบบ 3 มิติ รวมถึง Smart TV เข้ามาด้วย ความละเอียดของภาพ ก็เป็นแบบ Ultra HD 4 k ทำให้ราคาค่อนข้าสูง เป็นหลักแสนบาทเลยทีเดียวครับ ซึ่งคลิ้กดูตัวอย่างได้ที่นี่ครับ

ทีวี 3 มิติคืออะไร?

ระบบสมจริงที่เหมือนออกมาจากจอได้ หรือ ที่เรียกกันว่ารับชมแบบ สามมิติ นั้น ได้เข้ามามีบทบาทในรูปแบบทีวีมากขึ้นครับ จากเมื่อก่อนที่เราเคยชมภาพยนตร์ สามมิติภายในโรงภาพยนตร์ ตอนนี้สามารถซื้อทีวีไปชมที่บ้านได้เลยครับ จะอธิบายได้ว่า 3D หรือ 3 Dimension คือภาพที่เราสามารถเห็นมิติ ตื้น ลึก หนา บาง ลอย”อย่างเห็นได้ชัดเจน ถ้าเปรียบเทียบกับภาพ 2 มิติจากทีวีธรรมดาซึ่งเป็นภาพ “แบนๆติดจอ” แล้ว ความสมจริงของภาพ 3 มิตินั้นจะมีมากกกว่า ซึ่งประโยชน์ที่ได้ก็คือความสมจริงของภาพและอรรถรส ในการรับชมที่มากกว่า ซึ่งหลายๆคนยอมรับว่ามันเหมือนเรากำลังอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆด้วยนั่นเอง สำหรับทีวี 3 มิตินั้นมีราคาค่อนข้างสูงมากครับ 

ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

แล้วจอทีวีแบนกับทีวีจอโค้งต่างกันยังไง?

ความแตกต่างระหว่าง จะซื้อจอแบน หรือ จอโค้งดี  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทั้งทีวีจอแบนและทีวีจอโค้งให้ภาพที่ไม่ต่างกันมากนักครับ ต่อไปเราจะไปพูดถึงความแตกต่างของทีวีจอแบนและจอโค้งกันครับ

ทีวีจอแบน

สำหรับทีวีจอแบน นั้น มีหลากหลายรูปแบบ หลายประเภท ทั้งจอภาพ ความคมชัด ถ้าจะว่าถึงข้อดีของจอแบนมีหลายข้อด้วยกันครับ เช่น ติดตั้งง่าย จะ แขวนผนัง หรือ ตั้งโต๊ะก็ได้ ประหยัดหื้นที่ใช้สอยได้เยอะ ราคามีทั้งถูก และ แพง ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของทีวี ส่วนข้อเสียก็มี เช่น การรับชมที่ไม่ได้อรรถรสเต็มรูปแบบเหมือนโรงภาพยนต์แบบจอโค้ง แต่จริงๆแล้วก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก อยู่ที่ความชอบของตัวบุคคลมากกว่า

ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ทีวีจอโค้ง

ทีวีจอโค้งนั้น ภาพที่ปรากฏจะทำมุมกับสายตาของผู้ชมมากกว่า ทำให้สามารถเห็นภาพได้ชัดเจนสมจริงและไม่มีการสะท้อนของแสง แต่ทีวีจอโค้งมักมีราคาที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียวครับ

ข้อดีของ จอ Curved TV

  • ทีวีจอโค้งจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการดูทีวี
  • คุณจะรู้สึกถึงการรับชมที่’กว้างงง’ขึ้นในแบบฉบับ Curved TV
  • บริเวณริมขอบจอแบบโค้งจะให้ความชัดเจนมากกว่าทีวีธรรมดา
  • คุณจะรู้สึกได้ถึงความลึกของภาพ
  • ให้สีที่ตัดกันอย่างเด่นชัดอย่างสมจริง
  • มุมมองการรับชมที่กว้างขึ้นกว่าเดิม

ข้อเสียของ จอ Curved TV

เนื่องจากจอภาพมีขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกับโรงภาพยนต์ ทำให้ตำแหน่งที่ดีที่สุดในการนั่งชมนั้นจำกัดมาก คนที่นั่งชมทีวีที่ตรงกับตำแหน่งกลางจอเท่านั้นที่จะได้รับความรู้สึกดังกล่าว เมื่อความสูงของระดับสายตาอยู่กลางจอพอดีด้วย ทำให้คนที่นั่งชมอยู่ด้านข้างจะไม่ได้อรรถรสของความเป็นจอโค้งเลย แถมภาพอาจจะบิดเบี้ยวอีกด้วย และหากนั่งชมห่างจากจุดที่เหมาะสมภาพจะหายไปจากด้านนึงของจอภาพเลยทีเดียวครับ

ถ้าหากสนใจทีวีจอโค้ง คลิ้กที่นี่เพื่อเช็คราคากันได้เลย!!

แล้วเรื่องยี่ห้อหล่ะ จะซื้อทีวียี่ห้อไหนดี?

และนี่เป็นคำถามสุดฮิตที่อยู่ในใจของเพื่อนๆทุกคนอย่างแน่นอนเลยล่ะครับ กับคำว่า ซื้อของอะไรดีอ่ะ? อันดับแรกเลยครับ ถ้าหากเพื่อนๆพิจารณาความเหมาะสมของ ขนาดจอ รายละเอียดความคมชัด ประเภทของจอแล้ว ให้เพื่อนๆพิจารณาจาก งบประมาณของเงินที่จะซื้อ การรับประกัน รวมถึงการบริการหลังการขาย ไม่ควรยึดติดกับของแถมมากเกินไป เลือกยี่ห้อที่มีการรับประกันที่อย่างน้อยควรมีสัก 1 ปี เพื่อความสบายใจในการใช้งานอีกด้วยครับ แต่สุดท้ายแล้วเรื่องยี่ห้อ หรือ แบรนด์ อยู่ที่ดีไซน์ของทีวีด้วยล่ะครับ ถ้าหากเพื่อนๆมีความชื่นชอบแบรนด์ไหนอยู่แล้ว หรือ มีเคยซื้อสินค้าของยี่ห้อนั้นมาใช้แล้วดี ก็อยู่ที่เพื่อนๆเลือกตัดสินใจกันได้เลยครับ

ทีวียี่ห้อโซนี่ (SONY TV)

tvsony

 

ถ้าหากเพื่อนๆกำลังมองหาทีวี ที่มีความคมชัดระดับเทพ พวกเราขอแนะนำ 4k Ultra HD TV จาก โซนี่ครับ ซึ่งยี่ห้อนี้มีชื่อเสียงทางด้านอุปกรณ์สินค้าไอที ไม่ว่าจะเป็น กล้อง หรือ วีดีโอเกมส์ รวมถึงทีวี ที่ตอนนี้พัฒนาก้าวไกลเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกเลยครับ แต่ราคานั้นก็ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เอาเป็นว่า เราไปดูกันดีกว่าครับ กับการแนะนำ  4k Ultra HD TV จาก โซนี่ คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ!!

ทีวียี่ห้อชาร์ป (SHARP TV)

สำหรับแบรนด์ SHARP นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องของการรับประกันหลังการขายที่ดี รวมถึงคุณภาพของสินค้านั้นมีคุณภาพดี ไม่มีเสียจุกจิกให้วุ่นวาย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีกับทีวีที่พัฒนาเอาใจลูกค้ามาเรื่อยๆ แล้วยังราคาถูก สบายกระเป๋าอีกด้วยครับ ซึ่งเรียกได้ว่าแบรนด์นี้มีชื่อเสียงด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่แล้ว ดังนั้นลองศึกษากันดูได้นะครับ และที่สำคัญพวกเรา Letmecheck ได้รีวิว 5 อันดับขายดี กับ ทีวี LED ยี่ห้อ SHARP เอาไว้แล้วครับ คลิ้กที่นี่ชมต่อกันได้เลย!!  

ทีวียี่ห้อซัมซุง (SAMSUNG TV)

สำหรับแบรนด์ Sumsung เพื่อนๆคงจะได้รู้จักกันดีในรูปแบบโทรศัพท์ สมาร์ทโฟน เพราะว่าในเรื่องเทคโนโลยีของซัมซุงนั้น มีความก้าวหน้าและสร้างความแตกต่าง เท่าทันกับโลกปัจจุบันได้อย่างดี พร้อมกับสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในส่วนของทีวี ก็ใช้เทคโนโลยี ที่ดี มีคุณภาพไม่แพ้กันกับมือถืออย่างแน่นอน กับ ระบบ Smart TV ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมมากๆครับ แต่ก็ยังมี ทีวี หลายประเภท และ ราคาถูกอีกมากมาย ซึ่งพวกเรา ได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้แล้วคลิ้กที่นี่เพื่อรับชมกันต่อได้เลยครับ

ทีวียี่ห้อแอลจี (LG TV)

ยี่ห้อ LG จะเรียกได้ว่าเป็นยี่ห้อดังในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ครับ เพราะมีชื่อเสียงในเรื่องของเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆอีกด้วย ดังนั้นแล้ว ทีวี จึงเป็นสินค้าที่ถ้าได้เลือกแล้วคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน เพราะว่านอกจากจะซื้อไปแล้ว ยังมีประกันการใช้งาน รวมถึงการบริการหลังการขายที่พอใจสำหรับผู้ซื้ออย่างแน่นอนครับ ซึ่งพวกเรา Letmecheck ก็ได้รีวิวกับ ทีวี แอลจีไว้แล้วเหมือนกันครับ คลิ้กอ่านต่อที่นี่ได้เลยครับ!!

แล้ว SMART TV หล่ะ มันคืออะไร?

 สำหรับ Smart TV  ถ้าจะเทียบให้เข้าใจกันได้ง่ายๆก็คือเหมือนกับ Smart Phone นั่นเอง ที่ปัจจุบันนี้พัฒนาไปจนมี Application หลากหลายให้เลือกใช้  ถ่ายรูป ดูหนัง ฟังเพลง อินเทอร์เน็ต และอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน แต่เมื่อพอมาเป็น Smart TV ก็เหมือนกัน ก็มี Function ลูกเล่นต่างๆ ที่มากขึ้น ตัวอย่างเช่น เล่น DVD ต่อกับเครื่องเกม จอยน์กับคอมพิวเตอร์ ต่อไปก็เชื่อมต่อ Internet มี Application เป็นของตัวเอง Update/Download กันได้ในตัวได้เลย ซึ่งวิธีการใช้งานรวมถึงรายละเอียดต่างๆมีดังนี้

การเชื่อมต่อของ Smart TV ทำอย่างไร?

สำหรับ Smart TV นั้น จะเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ Internet TV ครับ สำหรับการเชื่อมต่อนั้นต้องใช้ Internet เพื่อ Update พร้อมทั้ง Download ตัว Application เพื่อการใช้งาน Browser นั่นเองครับ ซึ่งปัจจุบันแบ่งเป็น 3 ประเภทก็คือ ผ่านสาย LAN ,ผ่าน Wi-Fi USB , ผ่าน Wireless ด้วยตัวรับสัญญานแบบ Built-in เข้ากับ Smart TV นั่นเอง นี่แหละคือวิธีการเชื่อมต่อของ Smart TV กันล่ะครับ

Application ใน Smart TV มีอะไรบ้าง?

สำหรับในหัวข้อนี้ เพื่อนๆต้องสนใจ พร้อมกับให้ความสำคัญมากครับ เพราะถ้าเราคิดจะใช้ ก่อนจะเลือกยี่ห้อของ Smart TV ล่ะก็ ควรที่จะศึกษากันด้วยว่า ค่ายนั้นๆ เนี่ย เค้ามี Application ที่โดนใจเรามากน้อยแค่ไหน หรือเพื่อนๆ อาจะมองความฮิตของ Application ไปเผื่อในอนาคตด้วย สำหรับ Application ที่ว่านี้ก็เหมือนบนมือถือเลยครับมีให้เลือกมากมาย ซึ่งยกตัวอย่างสำหรับ แอปพลิเคชั่นสำหรับ  Social Network เช่น Facebook, Twitter, YouTube ที่ตอนนี้เป็นที่นิมยมและ จะนิยมไปในระยะยาวด้วยครับ

การควบคุม Smart TV ทำอย่างไร?

สำหรับการควบคุม Smart TV นั้น เพื่อนๆหลายคนอาจจะมองว่า มีแค่เพียงปุ่มเลื่อนช่อง ปรับแต่งสี ความคมชัดได้แค่นั้น แต่ที่จริงแล้ว พอมาเป็น Smart TV แล้วนั้น ก็เป็นมากกว่านั้นแน่นอนครับ สำหรับเพื่อนๆที่มีความคิดว่าจะซื้อ Smart TV ก็ต้องศึกษา และให้ความสำคัญในส่วนนี้กันด้วย  ซึ่งการควบคุมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

ควบคุมจากรีโมททีวี : Basic Function แต่ละยี่ห้อคล้ายกันหมด อาจมีการจัดวางที่ต่างกันเล็กน้อย ขึ้น-ลง-ซ้าย-ขวา ตัวเลขแบบมีตัวอักษร  ประมาณนั้นครับ ซึ่งการควบคุมไม่ยาก ถ้าหากใช้เป็นประจำ

การควบคุมด้วย อุปกรณ์เสริมจากแต่ละค่าย สำหรับ การควบคุมแบบนี้แล้วแต่ลูกเล่นแล้วล่ะว่าจะสร้างสรรค์มาดึงดูดเราได้แค่ไหน เช่น Samsung ทำ Qwerty คีย์บอร์ด หรือ Magic Motion Remote จาก LG ปุ่มเดียวสามารถควบคุมทุกอย่าง ได้นั่นเอง

การควบคุมผ่าน Application บน Smart Phone  ซึ่งแน่นอนครับ ความสมาร์ทของทีวี กับ อย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วว่า Smart TV ก็เปรียบดั่งโทรศัพท์ Smart Phone เพราะไม่ว่าทั้งระบบฏิบัติการ Android หรือจะเป็น iOS มีพร้อมหมดซึ่งข้อดีคือ เราคล่องกับ Smart Phone กันอยู่แล้ว ทำให้เราคล่องกับการใช้  Smart TV กันไปด้วย

ถ้าสนใจอยากจะเช็คราคาสินค้า Smart TV คลิ้กที่นี่ได้เลยครับ

ถ้าหากเพื่อนๆมีความสนใจ สำหรับ สินค้าอื่นๆ รวมถึงโค๊ดส่วนลดจาก Lazada สามารถติดตามได้ที่ Facebook ของพวกเรา Letmecheck.in.th ได้นะครับ มีบทความอัปเดทกันทุกวัน หลาดพลาดเชียว!!

 

สำหรับใครที่กำลังเลือกซื้อทีวีอยู่แต่ยังเลือกไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มยังไง บทความนี้ของพวเรา Letmecheck.in.th ช่วยท่านได้ครับ เพราะก่อนจะซื้อ TV ต้องพิจารณาจากหลายๆอย่าง ครับ ไม่ว่าจะเป็น ประเภทของจอทีวี ขนาดของทีวี รวมถึง ความละเอียด และสุดท้าย ถ้าจะเลือกยี่ห้อของทีวี ก็ควรเลือกที่คุณภาพ ความเชื่อถือ  การบริการหลังการขาย กับ การประกันสินค้า ศูนย์ซ่อม ไม่ควรเลือกซื้อเพราะของแถม หรือ ยี่ห้อที่ไม่มีการรับประกัน แม้ว่าจะราคาถูกก็จริง ควรตรวจสอบให้ดี แต่ถ้าเลือกดีแล้ว ชอบดีไซน์ของยี่ห้อไหน ก็ช้อปกันได้เลย!! สำหรับวันนี้พวกเราหวังว่าเพื่อนๆทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ จะได้ความรู้ ข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้อ ทีวีที่เพื่อนต้องการนะครับ สำหรับวันนี้ ขอลาท่านผู้อ่านทุกท่านไปก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่กับสาระดีๆในบทความหน้า สวัสดีครับ

ขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก https://pixabay.com/ และ http://www.lazada.co.th/

แชร์สิครับ รออะไร

Advertisment:

[catlist categorypage="yes"]